<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-2142617341945082744</id><updated>2011-04-21T16:15:11.439-07:00</updated><title type='text'>home</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://homefilter.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2142617341945082744/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://homefilter.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>warfilter</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09502798304641746096</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>1</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2142617341945082744.post-5835782892655042821</id><published>2008-06-19T09:19:00.000-07:00</published><updated>2008-06-19T09:28:09.459-07:00</updated><title type='text'>ศึกน้ำอาร์โอ</title><content type='html'>ศึกน้ำอาร์โอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำผ่านกระบวนการ รีเวิร์สออสโมซิส หรือน้ำอาร์โอ ควรดื่มหรือไม่ ยังเป็นประเด็น ถกเถียงไม่จบ นักวิชาการบางท่านเห็นว่า น้ำบริสุทธิ์ลักษณะนี้ ไม่มีเกลือแร่ ไม่เหมาะ สำหรับการบริโภค อีกฝ่ายบอกว่า ดื่มได้ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แล้วประชาชน ควรเลือกดื่มน้ำประเภทไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;เพ็ญลักษณ์ ภักดีเจริญ นำเสนอแนวคิด ต่างมุมมอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัจจุบันข้อมูลทางวิชาการหลากมุมมอง ก่อให้เกิดความสับสนแก่ผู้บริโภค ไม่ต้องดูอื่นไกล...กรณีอาหารตัดต่อยีน การดื่มน้ำผักปั่น สารกาเฟอีนในกาแฟมีประโยชน์หรือโทษ การล้างพิษด้วยกาแฟบริสุทธิ์ ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายกรณีมีข้อมูลยืนยันทั้งแง่บวกและลบ จนบางครั้งผู้บริโภคยากจะตัดสินใจ ไม่ต่างจากกรณีน้ำดื่มจากกระบวนรีเวิร์สออสโมซิส หรือ น้ำอาร์โอ นักวิชาการบางท่าน ไม่เห็นด้วยกับน้ำบริสุทธิ์ ไม่มีเกลือแร่เลย แต่บางท่านบอกว่า มีเกลือแร่เพียงเล็กน้อย พร้อมกันนั้น ยังมีข้อโต้แย้งทั้งกรณีควรดื่มและไม่ควรดื่ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากเป็นเช่นนั้น ผู้บริโภคควรเลือกดื่มน้ำลักษณะไหนจึงจะปลอดภัยต่อสุขภาพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เนื่องจากมีทั้งระบบกรองน้ำแบบธรรมดาๆ ที่ผู้บริโภคคาดคะเนว่าไม่สะอาดเพียงพอ รวมถึงระบบรีเวิร์สออสโมซิส ที่ใช้กับตู้น้ำหยอดเหรียญ น้ำบรรจุขวดหลายยี่ห้อ และน้ำที่ใช้ในวงการแพทย์ นอกจากนี้ยังมีระบบน้ำแร่ และระบบง่ายๆ คือ การต้มน้ำประปาดื่ม ซึ่งเป็นทางเลือกที่หลายฝ่ายเห็นด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จุดประกายขอเปิดประเด็นความเห็นต่างมุมมองระหว่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รศ.ดร.พิชัย โตวิวิชญ์ รองประธานชมรมอยู่ร้อยปีชีวีเป็นสุข กรรมการบริหารสมาคมเคมี พยายามศึกษาและเปิดเผยให้เห็นผลการวิจัยบางส่วนของน้ำอาร์โอ คือ ไม่มีแร่ธาตุ จึงไม่ต่างจากน้ำกลั่นที่ใช้เติมแบตเตอรี่ การดื่มน้ำอาร์โอจึงเปรียบเสมือนการฆ่าตัวตายแบบผ่อนส่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และศ.นพ.เกรียง ตั้งสง่า นายกสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย (หัวหน้าสาขาวิชาโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาฯ) บอกว่าน้ำอาร์โอเป็นน้ำบริสุทธิ์ สะอาด เหมาะสำหรับผู้บริโภค และไม่มีหลักฐานยืนยันว่าก่อให้เกิดโรค&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;(ค้าน)&lt;br /&gt;รศ.ดร.พิชัย โตวิวิชญ์&lt;br /&gt;รองประธานชมรมอยู่ร้อยปีชีวีเป็นสุข กรรมการบริหารสมาคมเคมี&lt;br /&gt;'น้ำอาร์โอไม่ควรดื่ม'&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำดื่มที่จำหน่ายในท้องตลาดมาจาก 3 แหล่งด้วยกัน คือ น้ำบาดาล น้ำประปา และน้ำจากภูเขาที่มีแร่ธาตุธรรมชาติ บริษัทใหญ่ๆ มักจะนำน้ำใต้ดินมาผ่านกระบวนการบำบัด ผ่านการกรองแล้วบรรจุขวด น้ำลักษณะนี้ส่วนใหญ่มีเกลือแร่จำนวนมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การกรองน้ำของบริษัทใหญ่จะใช้น้ำใต้ดิน ส่วนน้ำดื่มบรรจุขวดพลาสติกของบริษัทเล็กๆ เป็นน้ำประปาผ่านระบบเครื่องกรองที่ไม่มีการดักจับเกลือแร่ ใช้กระบวนการผลิตน้ำระบบเดิมพวกผงถ่าน ทรายหยาบ และทรายละเอียด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รศ.ดร.พิชัย บอกว่า ระบบลักษณะนี้สามารถใช้ได้ ต่างจากระบบกรองน้ำที่ใช้ Resin เพื่อขจัดความกระด้างของน้ำ มีคุณสมบัติดักจับแคลเซียม แมกนีเซียม แต่ไม่ดักจับเกลือแร่ชนิดอื่น กระบวนการกรองลักษณะนี้มีอันตรายก่อให้เกิดน้ำอ่อนมากๆ สมาคมแพทย์ของอเมริกาได้ออกมาเตือนว่า อาจทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม น้ำบริสุทธิ์ในความหมายของเขาก็คือ น้ำกลั่นเติมแบตเตอรี่และน้ำระบบอาร์โอหรือรีเวิร์สออสโมซิส (Reverse Osmosis) ตามหลักการแล้ว ระบบกรองน้ำลักษณะนี้ จะไม่มีเกลือแร่หรือมีปริมาณน้อยมาก แต่ทางคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) บอกว่าน้ำบริสุทธิ์ลักษณะนี้ได้มาตรฐาน ไม่ผิดกฎกระทรวงสาธารณสุข&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กรณีนี้ รศ.ดร.พิชัย บอกว่า ไม่ขอเถียงเพราะกฎกระทรวงบอกไว้ว่าต้องมีเกลือแร่ไม่เกินปริมาณที่กำหนด แต่น้ำลักษณะนี้ไม่มีเกลือแร่สามารถจำหน่ายได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ถ้าพูดถึงความสะอาดหมายถึง น้ำที่ไม่มีเชื้อจุลินทรีย์ ผมขอเลือกที่มีเกลือละลายอยู่บ้าง ทุกวันนี้น้ำจากขวดพลาสติกหรือขวดแก้ว บางชนิดใช้ระบบอาร์โอแต่ไม่ติดฉลาก ผู้บริโภคไม่มีทางรู้ ถ้าจะพิสูจน์จริงๆ ต้องเข้าห้องแล็บ ผมคัดค้านน้ำพวกนี้ เพราะบริสุทธิ์เกินไป ถ้าดื่มน้ำระบบอาร์โอได้ ก็ดื่มน้ำกลั่นเติมแบตเตอรี่ได้ น้ำกลั่นบางยี่ห้อคุณภาพอาจสู้น้ำอาร์โอไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รศ.ดร.พิชัย กล่าวถึงน้ำแร่ว่า ควรมาจากแหล่งแร่ธาตุที่ไม่เป็นพิษ ถ้าปลอดภัยสามารถดื่มได้ ชาวต่างชาติส่วนใหญ่นิยมดื่มน้ำแร่ แต่ราคาขายค่อนข้างสูง ระบบการผลิตในต่างประเทศจะมีฉลากบอกว่า มีปริมาณแร่ธาตุเท่าไร ต่างจากน้ำแร่บางยี่ห้อในเมืองไทย กระบวนการผลิตยังไม่มีการควบคุม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำแร่สามารถดื่มได้และดีต่อสุขภาพ ผมเคยซื้อน้ำแร่จากต่างประเทศมาศึกษาปรากฏว่ามีแมกนีเซียมจำนวนมาก เกลือแร่ตัวนี้หาได้ยากในน้ำทั่วไป ค่อนข้างสำคัญต่อร่างกาย เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาเอนไซน์ในร่างกายมากกว่า 300 ปฏิกิริยา แมกนีเซียมตัวเดียวสามารถป้องกันโรคได้ถึง 50 ชนิด อาทิ โรคแก่ก่อนวัย อัลไซเมอร์ ฯลฯ แร่ธาตุตัวนี้มีทั้งในน้ำและอาหาร และเท่าที่ตรวจสอบมีน้ำแร่ 2-3 ยี่ห้อมีเกลือแร่เพียง 30 มิลลิกรัมต่อลิตร นั่นไม่ใช่น้ำแร่"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำแร่ลักษณะนี้ปลอม ทำไมขึ้นทะเบียนออกจำหน่ายได้ ขอถามผู้เกี่ยวข้องได้ไหม แล้วขอท้าพิสูจน์ ถ้าขายได้แบบนี้ น่าจะแก้กฎกระทรวง เพราะมีผลเสียต่อน้ำแร่แท้ น้ำแร่ปลอมติดฉลากหลอกลวงว่า มาจากแหล่งน้ำแร่ในภูเขาต่างประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"จริงๆ แล้ว น้ำแร่ปลอมผลิตมาจากแถวๆ อยุธยา ไม่ใช่น้ำจากภูเขา แต่เป็นน้ำบาดาล ผมว่าทำแบบนี้เลอะเทอะ ผมตรวจแล้วพบว่า มีปริมาณเกลือแร่ไม่เท่าไร เครื่องมือตรวจของผมยังไม่สามารถบอกชนิดของเกลือแร่ได้ บอกได้แค่เป็นน้ำบริสุทธิ์หรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีคำถามอีกว่า เราสามารถบริโภคเกลือแร่จากอาหารได้ แล้วทำไมต้องดื่มน้ำที่มีเกลือแร่ รองประธานอยู่ร้อยปีชีวีเป็นสุข อธิบายว่า กลไกการดึงเกลือแร่จากน้ำและอาหารมาใช้ในร่างกายมีกลไกไม่เหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กระบวนของแมกนีเซียมในอาหารและน้ำ จะเข้าสู่ร่างกายคนละทาง ได้มีการพิสูจน์โดยให้คนดื่มน้ำบริสุทธิ์ พร้อมๆ กับให้เกลือแร่เสริม ส่วนอีกคนให้ดื่มน้ำธรรมดา เพื่อชี้ให้เห็นว่า การกินเกลือแร่เสริมการดื่มน้ำบริสุทธิ์เป็นคนละทางกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าถามว่า ผู้บริโภคควรดื่มน้ำประเภทไหน ได้รับคำตอบว่า น้ำสะอาดปราศจากเชื้อจุลินทรีย์ และมีเกลือแร่ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายพอเหมาะพอควร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนจะขึ้นทะเบียนน้ำดื่ม ทางราชการน่าจะตรวจสอบให้ดี ผมตรวจน้ำดื่มมาหลายชนิด ผมอยากเรียกว่าความเลอะเทอะของน้ำบรรจุขวด บางยี่ห้อติดฉลากว่า ผลิตโดยระบบรีเวิร์สออสโมซิส แต่มีแร่ธาตุกว่า 200 มิลลิกรัมต่อลิตร แสดงว่า ไม่ใช่ระบบอาร์โอ ผู้ผลิตพยายามอธิบายว่า ได้เอาระบบอาร์โอมาผสมกับระบบอื่นๆ จึงมีเกลือแร่จำนวนมาก แบบนี้ผมจะเรียกระบบอาร์โอปลอมได้ไหม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากถามว่า ควรดื่มน้ำบริสุทธิ์หรือไม่ รศ.ดร.พิชัย ชี้ให้เห็นว่า การค้นพบเทคโนโลยีใหม่ๆ ย่อมมีความต้องการจะขาย มักจะบอกว่าเหมาะแก่ผู้บริโภค และคนไทยมักจะเชื่อคำโฆษณา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีคนบอกว่า น้ำกระด้างเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ก็ใช่ส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด การเกิดโรคนิ่วไม่ใช่เกิดจากน้ำกระด้างอย่างเดียว ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีก เคยมีการให้ข้อมูลว่า สิ่งแวดล้อมในบ้านเราสกปรก น้ำประปาจึงไม่สะอาด ต้องซื้อเทคโนโลยีมาใช้ แต่นำมาใช้โดยไม่ดัดแปลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าจะดัดแปลงเทคโนโลยี ผมเคยเสนอวิธีง่ายๆ คือ นำน้ำประปาและน้ำบริสุทธิ์ปริมาณเท่ากันมาผสมกัน น้ำประปาในกรุงเทพฯดื่มได้ เห็นได้ว่าเวลาเราหุงข้าวทำอาหาร เราใช้น้ำประปา ผมว่าน้ำลักษณะนี้ดีกว่าน้ำบริสุทธิ์ ถ้าจะให้ปลอดภัยควรต้มน้ำประปาดื่มเอง"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รศ.ดร.พิชัย ย้อนถึงสมัยเป็นนักศึกษาทำงานในห้องแล็บ แล้วมีคนเตือนว่า อย่าดื่มน้ำกลั่น ตอนนั้นเขาบอกว่า ยังไม่รู้เหตุผล พอศึกษาแล้วก็รู้ว่า น้ำกลั่นหรือน้ำบริสุทธิ์ มีคุณสมบัติพิเศษในการละลายหรือสกัดสารในร่างกายออกไป ถ้าร่างกายขาดเกลือแร่ ก็จะเกิดโรคภัยไข้เจ็บ หากขาดสารพวกแคลเซียม แมกนีเซียม จะทำให้กล้ามเนื้อทำงานไม่เต็มที่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำดื่มควรมีเกลือแร่ละลายอยู่ประมาณ 150 มิลลิกรัมต่อลิตร ปัจจุบันมีนักวิชาการบางส่วนไม่เห็นด้วยที่เขาออกมาคัดค้านการดื่มน้ำอาร์โอ เขาบอกว่า โดยแก่นแท้แล้วพวกเขารู้อยู่แล้วว่า ไม่ควรดื่มน้ำกลั่นหรือน้ำอาร์โอ ทั้งสองอย่างเป็นน้ำบริสุทธิ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;" ผมเตือนแล้วใครอยากดื่มก็เชิญตามสบาย เห็นได้ว่าคนไทยเป็นโรคหัวใจมากขึ้น เพราะขาดเกลือแร่ในน้ำดื่ม แต่ละปีคนอเมริกันตายด้วยโรคหัวใจเป็นล้านๆ คน จนมีคนกล่าวว่า ถ้ามีแมกนีเซียมในน้ำดื่ม จะรอดจากโรคนี้ได้ถึง 15% ผมคิดว่าน้ำขวดที่ขายอยู่ทุกวันนี้น่าจะติดฉลากให้ชัดเจน บางยี่ห้อไม่ติดฉลากบอกกระบวนการผลิต หน่วยงานรัฐไม่ต้องอ้างว่า ไม่มีงบ เพราะกฎกระทรวงดำเนินการเรื่องนี้ได้ หน่วยงานราชการน่าจะคุ้มครองผู้บริโภค ไม่ใช่คุ้มครองผู้ประกอบการ และควรให้ความรู้ประชาชน เหมือนที่ผมทำอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รองประธานชมรมอยู่ร้อยปีชีวีเป็นสุข ยืนยันว่าไม่ได้ออกมาต่อต้านการจำหน่ายน้ำดื่มอาร์โอ แต่อยากให้ความรู้ว่าน้ำบริสุทธิ์ที่ออกมา ควรได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น&lt;br /&gt;"ผมไม่ได้ต่อต้านการค้าขาย แต่ผมเป็นห่วงเรื่องการดื่มน้ำบริสุทธิ์เกินไป"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(เสนอ)&lt;br /&gt;ศ.นพ.เกรียง ตั้งสง่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายกสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย (หัวหน้าสาขาวิชาโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาฯ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;'น้ำอาร์โอดื่มได้'&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัจจุบันมีการใช้น้ำอาร์โอในห้องไตเทียมกว่า 80% คุณหมอเกรียงบอกว่า ใช้น้ำบริสุทธิ์ลักษณะนี้กับผู้ป่วยมาหลายสิบปี โดยโรงพยาบาลจุฬาฯ เป็นแห่งแรกของประเทศที่ใช้ระบบน้ำอาร์โอ และปัจจุบันมีการใช้น้ำอาร์โอในลักษณะตู้หยอดเหรียญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"หลักการกรองน้ำบริสุทธิ์เพื่อผู้ป่วย ไม่ต่างจากน้ำในอุตสาหกรรม น้ำดื่ม น้ำกลั่นผสมยา น้ำที่นำมาใช้แต่ละระดับมีความบริสุทธิ์ต่างกัน"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาให้นิยาม คุณภาพน้ำบริสุทธิ์ว่ามี 3 ลักษณะคือ ด้านกายภาพ อาทิ ไม่มี สี กลิ่น รส (อาจมีรสความเป็นน้ำ แต่ไม่ใช่น้ำที่มีสนิมเหล็ก) ด้านเคมี พวกสารปนเปื้อนในน้ำ และด้านชีวภาพ การปนเปื้อนทางเชื้อโรค เช่น แบคทีเรีย จุลินทรีย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แบคทีเรียในร่างกายและน้ำจะต่างกัน ในเลือดมนุษย์มีทั้งโปรตีนและกลูโคส จะเป็นเชื้อคนละอย่างกับน้ำ หากน้ำไม่สะอาด พวกน้ำครำจะมีเชื้อแบคทีเรีย ส่วนน้ำกลั่นบริสุทธิ์มีความละเอียดอ่อน ไม่มีอะไรเลย นอกจากอณูของไฮโดรเจนกับอะตอมออกซิเจน ยกตัวอย่างถ้าคุณไปอยู่ในองค์การอวกาศนาซา ที่นั่นต้องใช้น้ำบริสุทธิ์มากๆ น้ำเกลือที่ใช้กับคนไข้ก็ต้องบริสุทธิ์ ส่วนน้ำดื่มไม่จำเป็นต้องบริสุทธิ์ขนาดนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณหมอเกรียง บอกว่า สารปนเปื้อนในน้ำบริสุทธิ์ต้องมีระดับมาตรฐานที่ยอมรับได้ อาทิ ฟลูออไรด์ในน้ำดื่มต้องไม่เกิน 4 มิลลิกรัมต่อลิตร ฯลฯ ส่วนพวกแคลเซียม แมกนีเซียม โซเดียม ไม่ได้กำหนดปริมาณไว้กี่มิลลิกรัมต่อลิตร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากเป็นสารปนเปื้อนที่มีประโยชน์ต่อร่างกายพวกแคลเซียม แมกนีเซียม ก็ไม่เป็นอันตราย ทุกคนรู้ว่าฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุ ทำให้ฟันแข็งแรง แต่ไม่รู้ว่า ฟลูออไรด์จำนวนมากในน้ำดื่มจะทำให้กระดูกผุ หรือสารปนเปื้อนพวก Copper อาจทำให้เกิดอาการเม็ดโลหิตแตกตัว และพวก Arsenic ทำให้ปลายประสาทชา รวมถึงเหล็กหรือตะกั่วปนเปื้อนจะทำให้เกิดอาการปลายประสาทอักเสบ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณหมอเกรียง บอกอีกว่า ปริมาณเกลือแร่ที่เป็นประโยชน์มีอยู่ในอาหารแล้ว ดังนั้นการดื่มน้ำไม่บริสุทธิ์ อาจก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ ยกตัวอย่างน้ำบ่อในภาคเหนือมีฟลูออไรด์มาก ทำให้เกิดโรคกระดูกผุ นิ่วและโรคไต บางพื้นที่ในภาคตะวันตก อาทิ จังหวัดกาญจนบุรีมีการทำเหมืองแร่ น้ำอาจมีการปนเปื้อนของสารตะกั่ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าจะกล่าวถึงระบบกรองน้ำอาร์โอ มีการอธิบายว่า สามารถกรองตั้งแต่สารหยาบที่สุดจนถึงละเอียด ขั้นตอนต่างๆ มีตั้งแต่เม็ดทราย ผงถ่าน สามารถกรองสารชิ้นโตๆ อาทิ เส้นผม ยีสต์ รา ส่วนขั้นตอนระบบไมโครฟิลเทรชั่น (Micro Filtration) สามารถกรองเชื้อแบคทีเรีย ควันบุหรี่ โมเลกุลเชิงซ้อนได้ และขั้นตอนอัลตราฟิลเทรชั่น สามารถกรองสารโมเลกุลเล็กๆ อาทิ ไวรัส โมเลกุลไข่ขาว ตะกอนลอยแขวนในน้ำ และระบบสุดท้ายรีเวิร์ส ออสโมซิส สามารถกรองสารปนเปื้อนอย่างละเอียด พวกโลหะหรือสารประกอบเกลือต่างๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากถามว่า จำเป็นต้องดื่มน้ำอาร์โอหรือไม่ คุณหมอเกรียง บอกว่า จะเลือกดื่มน้ำต้ม น้ำประปากรองแบบหยาบๆ ผ่านการฆ่าเชื้อโรคก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไม่ได้เชียร์น้ำอาร์โอ แต่อยากกระตุ้นให้รู้จักความสะอาดของน้ำ เป็นน้ำที่เหมาะแก่การดื่ม จริงๆ แล้วน้ำอาร์โอยังไม่เข้าขั้นน้ำกลั่น ไม่ได้สะอาดร้อยเปอร์เซ็นต์ ระบบกรองน้ำจะใช้แรงอัดมหาศาล ทำให้พวกตะกอนลอยแขวนในน้ำ หรือพวกโลหะถูกอัดออก อย่างพวกแคลเซียมกรองได้เพียง 98% ยังมีเล็ดลอดมาได้ประมาณ 2% หรือสารอื่นๆ อีก เห็นได้ว่าไม่สามารถกรองสารได้หมด จะกรองได้ประมาณ 95-98% มีสัดส่วนสารปนเปื้อน 2-3%&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะฉะนั้นน้ำอาร์โอ ไม่ใช่น้ำกลั่น แต่มีแร่ธาตุปริมาณน้อย ทางคณะกรรมการอาหารและยา ก็เคยปรึกษาผมให้ช่วยแถลงให้ประชาชนทราบข้อเท็จจริง ผมไม่ได้ทำงานให้ อย.ผมเป็นฝ่ายที่รู้เทคโนโลยีก็ต้องอธิบาย นอกจากนี้มีข้อสงสัยอีกว่า การดื่มน้ำกระด้างเป็นผลเสียต่อร่างกายหรือไม่"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากจะบอกว่าโรคหัวใจเกิดจากการดื่มน้ำอ่อน แนวคิดลักษณะนี้ต้องใช้วิธีการทดลอง โดยแยกออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งดื่มน้ำอ่อน อีกกลุ่มดื่มน้ำกระด้าง แล้วควบคุมปัจจัยอื่นๆ ทั้งเรื่องอาหาร ความดันโลหิต ไขมันในเลือด การออกกำลังกาย ต้องศึกษาต่อเนื่องนาน 20 ปี&lt;br /&gt;การวิจัยส่วนนี้ทำได้ไหม คุณหมอเกรียง บอกว่า ทำได้แต่ยาก เพราะฉะนั้นข้อสรุปว่า ดื่มน้ำอ่อนเป็นโรคหัวใจ จึงไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ หรือบอกว่าการดื่มน้ำแร่ธาตุมีประโยชน์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ผมว่าไม่น่าเชื่อถือ ไม่มีเหตุผล น้ำแร่ไม่จำเป็นต่อร่างกาย ถ้าจะดื่มก็ได้ไม่เป็นไร แล้วจะดื่มไปทำไม เพราะเรามีน้ำบริสุทธิ์ตามมาตรฐานคณะกรรมการอาหารและยา และองค์การอนามัยโลกไม่สามารถยืนยันชัดเจนว่า การดื่มน้ำเกลือแร่บางอย่างจะมีผลดีต่อสุขภาพ ขอให้นึกว่าสังคมไทยในอดีตดื่มน้ำฝน ในยุคนั้นน้ำฝนไม่มีสารปนเปื้อน ไม่มีมลภาวะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้ามีคนบอกว่าดื่มน้ำอ่อนมากๆ จะไปละลายเกลือแร่ ผมไม่รู้จะพูดยังไง คุณหมอคนอื่นๆ ได้ยินแล้วก็หัวเราะ ร่างกายของมนุษย์ กินอาหารเป็นเวลา จะมีกระบวนการเก็บสารมีประโยชน์ไว้ สารไม่มีประโยชน์ก็จะกรองทิ้ง แต่ละวันเรากินแคลเซียมกว่า 1,000 มิลลิกรัม"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่าง ไรก็ตาม ร่างกายควรได้รับแคลเซียมประมาณ 800-1,200 มิลลิกรัม เกลือแร่ชนิดนี้สามารถหาได้จากอาหารไม่จำเป็นต้องหาแคลเซียมจากน้ำที่มีอยู่ ปริมาณน้อยเพียง 40-60 มิลลิกรัม ดังนั้นการดื่มน้ำบริสุทธิ์จึงไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ไม่ต่างกับแมกนีเซียม ร่างกายต้องการเพียง 300 มิลลิกรัม และสามารถหาได้จากการรับประทานอาหาร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณหมอเกรียง บอกอีกว่า ปัจจุบันน้ำอาร์โอราคาถูก และถูกกล่าวหาว่าเป็นอันตราย กรณีนี้ไม่จริง จึงอยากแนะนำการเลือกบริโภคน้ำดื่มแบบปลอดภัยก็คือ ต้มน้ำประปาดื่ม แค่นี้ก็สะอาดพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำขวด น้ำแร่ หรือน้ำอาร์โอก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ผมคิดว่าการถกเถียงเรื่องน้ำในเชิงวิชาการเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องถกเถียงตามหลักเหตุผล และแนวคิดวิทยาศาสตร์ ต้องละอัตตา เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด ก็เพราะน้ำก็คือน้ำ อาหารก็คือแหล่งให้เกลือแร่และพลังงาน"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ "เรื่องควันหลงน้ำอาร์โอ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปีที่ 55 ฉบับที่ 17110 วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน 2547&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คอลัมน์ "เหะหะพาที" หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ควันหลงน้ำอาร์โอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมขออนุญาตพูดถึงเรื่องนํ้าดื่มหยอดเหรียญอาร์โอ หรือนํ้าดื่มในระบบ REVERSE OSMOSIS อีกสักครั้งนะครับ วันนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หวังว่าท่านผู้อ่านคงจำได้... ที่ผมเคยเขียนถึงบริษัทในเครือการประปาภูมิภาคเข้า ไปติดตั้งระบบนํ้าหยอดเหรียญที่ว่านี้ตามชุมชนต่างๆ ใน กทม.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมน่ะเห็นดีเห็นงาม เพราะนํ้าที่หยอดออกมาราคาถูกกว่านํ้าขวดต่างๆ เป็นอันมาก ก็อยากจะสนับสนุนให้ประชาชนกดมาดื่ม และอยากให้มีการติดตั้งอย่างแพร่หลายมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ไหนได้...พอข้อเขียนของผมตีพิมพ์ได้วันเดียว ก็มีผู้ทักท้วงว่า นํ้าดื่มในระบบอาร์โอที่ว่านี้ เป็นนํ้าบริสุทธิ์เกินไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดื่ม แล้วอาจเป็นอันตราย เพราะนอกจากจะไม่มีแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว นํ้าบริสุทธิ์ประเภทนี้ยังมีสภาพเป็นกรดที่อาจละลายแร่ธาตุที่ร่างกายมีอยู่ ออกไปเสียอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมก็นำข้อทักท้วงมาลงตีพิมพ์เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องโดย เฉพาะการประปาภูมิภาคและ บริษัทผลิตนํ้าดื่มของการประปาฯ ช่วยชี้แจงแถลงไขด้วยว่าข้อเท็จจริงเป็นฉันใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านผู้จัดการบริษัทในเครือของการประปาภูมิภาคก็ชี้แจงมาอย่างละเอียด พร้อมกับส่งรายงานของ สำนักงานอาหารและยา ที่ว่านํ้าดื่มอาร์โอไม่มีอันตรายใดๆ แนบมาด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อ มาก็มีการจัดอภิปรายทางโทรทัศน์ เชิญคู่กรณีมาถกเถียงกัน โดยให้ประชาชนตัดสิน ซึ่งดูเหมือนประชาชน เชื่อฝ่ายที่บอกว่าไม่มีอันตรายในเปอร์เซ็นต์ที่สูงกว่าฝ่ายที่บอกว่า อันตราย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับผมเองหลังจากลงคำชี้แจงของบริษัทในเครือการประปาฯแล้ว ก็ไม่ได้เขียนถึงเรื่องนี้อีกเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ก็อยากจะกราบเรียนว่า ตลอดเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ผมได้รับจดหมาย ได้รับเอกสารเกี่ยวกับเรื่องนํ้าอาร์โอจำนวนมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มากจนผมต้องขออนุญาตกล่าวขอบคุณด้วยความจริงใจในวันนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จดหมายและบทความกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ที่ส่งมาถึงผม เชื่อว่านํ้าอาร์โอน่าจะดื่มได้โดยไม่มีอันตรายใดๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีเพียงไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ที่แสดงความกังวล และมีอยู่ท่านเดียวที่ยืนยันขันแข็ง เสมอต้นเสมอปลายว่าอันตรายแน่ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ได้แก่ ท่านรองศาสตราจารย์ ดร.พิชัย โตวิวิชญ์ อดีตอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาจารย์พิชัยส่งเอกสารให้ผม 2 ปึก และบทสรุปอีกหลายแผ่น... นอกจากนี้ ยังส่งไปตามสื่อต่างๆ อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้องขอบคุณท่านอาจารย์อย่างยิ่งครับ ที่ยังเชื่อมั่นและเตือนเรื่องนี้ อย่างเหนียวแน่น ด้วยความห่วงกังวลโดยแท้จริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้ว่าฟังจากคำอภิปรายหรือจากการถกเถียงต่างๆทางโทรทัศน์...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหตุผลของท่านอื่นๆ (ที่บอกว่าไม่น่าจะเป็นอันตราย) จะฟังขึ้นกว่าก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับจดหมายจากประชาชนทั่วไป ที่ไม่ใช่นักวิชาการที่มาถึงผม มีข้อเสนอแนะที่น่าสนใจอยู่ 2 ข้อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อแรก หลายๆท่านบอกว่า “นํ้าฝน” น่าจะเป็นนํ้าดื่มที่สะอาด บริสุทธิ์และไว้ใจได้ ถ้าเรารองดีๆและอาจจะกรองช่วยนิดหน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางทีเราอาจจะกลัวเรื่องฝนกรด ฝนพิษอะไรกันมากจนเกินเหตุไป... ท่านหนึ่งตั้งข้อสังเกตไว้อย่างนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อสอง หลายท่านเสนอความเห็นว่า การดื่มนํ้าประปา “ต้ม” น่าจะดีที่สุด เพราะสิ้นเปลืองค่าแก๊ส ค่าไฟฟ้า นิดหน่อย แต่จะได้นํ้าดื่มที่สะอาด ปลอดภัย ถูกต้องตามหลักอนามัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครับ! ทั้งหมดนี้ก็คือข้อสรุปเท่าที่ผมจะพอสรุปได้จากจดหมายเกี่ยวกับ “นํ้าเจ้าปัญหา” ที่มีมาถึงผม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอความกรุณาท่านผู้อ่านได้โปรดใช้ดุลพินิจกันเอาเองตามสะดวกเถิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยังไงๆ ก็ขอให้นึกถึงคำสั่งสอนของผู้หลักผู้ใหญ่บทหนึ่งที่ว่า คิดมากก็วุ่นมาก แต่ไม่คิดอะไรเลย ก็ถือว่าตกอยู่ในความประมาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉะนั้น ขอให้คิดอย่างทางสายกลางก็แล้วกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และถ้าปวดหัวมากนัก ก็ดื่มนํ้าประปาต้มเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป... จะมีคณาจารย์หรือผู้เชี่ยวชาญที่ไหนทักท้วงอีกไหมครับเนี่ย?&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2142617341945082744-5835782892655042821?l=homefilter.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://homefilter.blogspot.com/feeds/5835782892655042821/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2142617341945082744&amp;postID=5835782892655042821' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2142617341945082744/posts/default/5835782892655042821'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2142617341945082744/posts/default/5835782892655042821'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://homefilter.blogspot.com/2008/06/blog-post.html' title='ศึกน้ำอาร์โอ'/><author><name>warfilter</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09502798304641746096</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
